“ตั๊ก ศิริพร” เผยปัญหาหนักอกเลิกรับงานร้องเพลง น้ำตาคลอเล่าปมในใจเลี้ยงลูกผิดมา 10 ปี

Author:

เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงมากความสามารถ ที่โลดแล่นมานานหลายสิบปี สำหรับสาวแกร่ง “ตั๊ก ศิริพร” ที่หลายคนมองว่าเป็นคนอารมณ์ดี ตลก สนุก แต่จริงๆ แล้ว มีปมจนทำให้ตัดสินใจไม่รับงานร้องแล้ว

โดย “ตั๊ก” ได้เล่าหมดเปลือกในรายการ Woody Interview ทางช่องยูทูบ Woody พร้อมทั้งเปิดอกเผยถึงเรื่องลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ที่ตนเองรู้สึกผิดตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

คนคาดหวังว่าเราต้องตลก มีบางวันไหมที่พลังลดลงแต่ต้องทำต่อ?

“จะบอกว่าปัจจุบันไม่รับงานร้องเพลงแล้วนะ เพราะร้องเพลงมาตั้งแต่อายุ 17 ตอนนี้จะ 52 แล้ว เวลาไปโชว์ตัวคนจะคาดหวัง เราไม่ใช่แค่ร้องเพลงแล้วลงเวที แต่ร้องเพลงเสร็จก็ต้องให้ความบันเทิง คนคาดหวังว่าเราต้องสนุก ซึ่งเป็นปัญหาหนักอก กะโหลกจะแตก หัวจะระเบิด บางทีไปงานก็คิดว่างานนี้จะเล่นอะไรดี เป็นการบ้านที่หนัก เริ่มเครียด เจอหลากหลายงานเข้าก็สะสม งานที่ใช้สมองเป็นงานที่โคตรเครียดเลย ถึงบ้านนี่นอนหลับลึกเลย คล้ายๆ ว่าเราทำมันแล้วจนเต็มอิ่ม เลยไม่อยากรับงานร้องเพลงแล้ว เบื่อ ไม่มีฟีลแล้ว”

“อายุ 21 แล้ว เรียนอยู่ปี 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต ถ้าถามถึงการเลี้ยงลูก ยอมรับว่าเลี้ยงเหมือนไข่ในหิน แล้วเลี้ยงแบบผิดด้วย คงเคยได้ยินโรคซึมเศร้าหลังคลอดใช่ไหม พี่เป็นนะ จะห่วงลูกมากกว่าปกติเป็นร้อยเท่าพันเท่า จะนั่งร้องไห้แบบไม่มีเหตุผล ไปทำงานเขาหัวเราะกัน แต่ใจอยู่กับลูกแล้วพี่ไม่ให้ลูกทำอะไรเลย พี่จะทำให้ลูกทุกอย่าง พี่ยอมรับว่าตัวเองผิด ตอนนั้นกลัวเชื้อโรค เหมือนเป็นคนบ้า เป็นโรคจิต ถ้ามองกลับไปก็ยอมรับว่าตัวเองผิดนะ ใครมาบ้านไม่ให้จับลูก กลัวเชื้อโรค  บ้าบอไปแล้ว พี่ทะเลาะกับผัวเรื่องลูก หวงลูกมากกว่าปกติ อาบน้ำให้ลูกจนอายุ 10 ขวบ นี่คืออีกหนึ่งปม คำว่า ‘พ่อแม่รังแกฉัน’ ให้เอามาใช้ได้เลย

กับเรื่องนี้ต้องขอบคุณ ‘ซูโม่ กิ๊ก’ วันนึงแกเห็นพี่นั่งซึมเศร้าอยู่ในรายการ ทุกคนร่าเริง แต่พี่เศร้าอยู่ตลอดเวลา ได้มีการพูดคุยแบบเปิดอกกัน คุยกับพี่กิ๊กเป็นคนแรก เพราะไม่รู้จะคุยกับใคร ไม่มีคนปรึกษาเรื่องตรงนี้ เหมือนแกมาทลายตรงนี้ให้พี่ ตัดสินใจพูดกับแกแบบเปิดอก น้ำตาไหลพรากเลย เราก็เล่าให้แกฟังว่าพี่กิ๊กหนูเป็นแบบนี้ๆ หนูเลี้ยงลูกแบบนี้ๆ พี่กิ๊กนั่งสอน ทำแบบนี้ไม่ได้ รังแกลูกอยู่ เขาก็สอนพี่ เชื่อไหมเหมือนแกมาเอาภาระทุกอย่างออกจากพี่หมดเลย โล่งเลย อ๋อที่ผ่านมา 10 ปีเราเป็นแบบนี้เหรอ พอคุยกับพี่กิ๊กวันนั้นกลับบ้านไปทำเลย

ที่ผ่านมาทำงานเสร็จจะรีบกลับบ้านไปอาบน้ำให้ลูก ทุกคนห้ามอาบ เดี๋ยวแม่อาบให้เอง กลัวคนอื่นอาบให้ไม่สะอาด อึแม่ล้างก้นให้ เหมือนคนบ้ามากเลย รักลูกมาก แต่กลับไปวันนั้นเราวิ่งไปบอกลูกว่าอาบน้ำเองนะลูก ลูกก็งงนะ แต่เขาก็เข้าไปอาบน้ำเอง เราก็แอบไปฟัง พูดแล้วน้ำตาจะไหล ไปแอบฟังเขาอาบน้ำเองครั้งแรกในชีวิตของเขา 10 ปีที่ผ่านมา เขาอาบไปแล้วร้องเพลงไป แสดงว่าที่ผ่านมา 10 ปี เขาทรมานมาก (เสียงสั่น น้ำตาคลอ) พี่ยืนน้ำตาไหลหน้าห้องน้ำ นี่เราทำกับลูกมาเป็น 10 ปี ลูกอาบน้ำร้องเพลงไปมีความสุข พี่ยืนกำหมัดนี่เราทำอะไรกับลูกเนี่ย 10 ปี

แต่พี่ก็ขอโทษลูกนะ เพราเราเป็นคนคุยกับลูกทุกเรื่อง เรียกลูกมาแล้วก็ขอโทษกับสิ่งที่ทำ ซึ่งพี่เคยบอกลูกว่าเราเป็นพ่อแม่ลูก ห้ามมีความลับกันนะ ลูกคุยกับแม่ได้ทุกเรื่อง แม่รับฟังได้ทุกเรื่อง จะฟังแบบมีเหตุผล ขอให้เล่าให้ฟัง จนวันนึงถึงเขาจะเดินมาพูดกับเรา ซึ่งพี่คิดไม่ถึง ผมไม่มั่นใจว่าชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย เขาเดินมาพูดเองนะ โดยที่พี่ไม่ได้ไปบังคับเขา แต่เชื่อไหมเป็นคำพูดที่พี่โคตรมีความสุขเลย เพราะพี่รู้สึกว่า ลูกไม่มีความลับกับเรา พี่รู้สึกว่าลูกเราไม่กดดันแล้ว”

หลายคนชื่นชม “ตั๊ก” ว่าเลี้ยงลูกมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต ไม่บังคับลูกเลย?

“ตอนแรก พี่นุ้ย (นุ้ย เชิญยิ้ม) สามีก็ทำใจไม่ได้อยู่ช่วงนึง ถ้าเกิดลูกจะเป็น LGBTQ+ แต่เราก็คุยกันว่าเดี๋ยวนี้โลกมันไม่เหมือนสมัยเราแล้วนะ เปรียบเทียบไม่ได้ โลกมันไปเร็วมาก ความรักไม่ต้องมีการมาแบ่งอะไรแล้ว ความรักก็คือความรัก ถ้ามีลูกโคตรแมนเลยแต่นิสัยไม่ดี เอาไหม แต่ถ้ามีลูกเป็นแบบนี้ แต่โคตรเป็นเด้กดีเลย จะเอาแบบไหน เราคุยกันทั้งบ้านแบบเปิดอกเลย พี่บอกลูกว่าจะเป็นอะไรก็ได้ แต่แม่ขออย่างเดียวว่าอย่าเป็นภาระสังคม อย่าเป็นภาระพ่อแม่ ขอแค่เป็นคนดี ลูกอาจจะไม่ต้องมาเลี้ยงดูแม่ก็ได้ พ่อแม่ดูแลตัวเองกันได้ อยากจะเรียนอะไร ทำงานอะไร แม่ตามใจลูก ลูกไปมีชีวิตเป็นของลูก เพราะชีวิตคือชีวิตของลูก แม่ให้กำเนิดแต่แม่ไม่ได้เป็นเจ้าชีวิต ซึ่งเราก็ไมได้ปล่อยเขาเลยนะ เราก็ต้องคอยดูเป็นระยะ ถามไถ่เป็นระยะ

ถามว่าเขาปรึกษาเรื่องแฟนไหม ก็คุยหมด แต่ตอนนี้เขายังไม่มี พี่ก็ถามอยู่เรื่อยๆ นะ เขาบอกว่าเพื่อนมีแฟนหมดแล้ว แต่เขายังไม่มี ยังไม่เจอที่ถูกใจ พี่ดีใจที่ทุกวันนี้ลูกมีความสุข พี่ต้องการแค่นี้ ให้เขามีความสุขในช่วงวัยของเขา เพราะตัวเราเองไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตแบบนั้น พี่บอกลูกว่าใช้ชีวิตเผื่อแม่ด้วยนะ ออกไปใช้ชีวิตผจญโลกกว้างเลยนะ พี่พูดกับลูกแบบนี้เลยนะ”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *